Find best premium and Free Joomla templates at GetJoomlaTemplatesFree.com

เผยแพร่

Delicious
บทความ

ระบบ BAS และ ACS ยี่ห้อ Johnson Controls

โครงการ PTT Data Center (ชลบุรี)

1.   เป็น Data Center ประเภท Tier 4 (FaultTolerant Site Infrastructure)

ซึ่งระดับสูงสุดของมาตรฐาน datac enter

2.   ระบบ BMS ถูกออกแบบให้เป็นแบบ 2 Servers (2 Systems) ทำงานลักษณะแบบ Active / Active

3.   Equipment / DDC Controller/CPM แยกการทำงานตามระบบไฟฟ้าที่จ่าย ดังนั้นหากระบบของ

System ใด Fail อีกฝั่งยังคงทำงาน หรือ Monitorต่อได้

4.   ถึงแม้ว่าระบบจะแยกกัน แต่ BMS สามารถนำข้อมูลที่สำคัญในห้อง Data Hall มาแสดงผลเป็น

หน้ารวมได้ ผ่าน Protocol BACnet

5.   เนื่องจากเป็นระบบที่มีมาตรฐานสูงจึงต้องมี 3rd Party International ที่มีความชำนาญสูงจาก

ต่างประเทศเข้ามาทำการร่วมทดสอบ (รวมระยะเวลา 5 เดือน)

6.  เป็นระบบ BMS ที่มีการเชื่อมต่อกับระบบอื่นได้มากที่สุด เช่น Chiller ,VSD,VRV(CDU),

Electrical , PDU ,Generator, UPS, CRAC, Access Control ,

Transformer, Aspiration, Smoke Detection, Fire Alarm, Water Leak, etc.

7.   มีระบบควบคุมลมเย็นไปยังตู้ RACK หรือ Floor Diffuser ซึ่งควบคุมด้วยระบบ BMS เป็นที่แรก

8.   BMS Point รวมของ DDC และ งาน Interface มากกว่า 20,000 Points

9.   เป็นระบบอาคารอัติโนมัติที่สมบูรณ์แบบ ถูกออกแบบมาให้สามารถ control และ

monitor รวมทั้ง   เหตุสภาวะฉุกเฉินได้ด้วยตัวระบบเอง

10. มีระบบ EMS (energy management system) ที่สามารถดูภาพรวมของการใช้พลังงานไฟฟ้า

ทั้งหมดของ (PUE) ผ่านการแสดงผลบน Dash Board ที่สามารถแสดงผลรายงานได้ทันที

11. มีระบบ Access Control ที่สามารถเชื่อมกับระบบ Mantrap Door, การควบคุมการใช้งาน

ของ Lift,   ระบบ Door Monitor ของประตูฉุกเฉิน และระบบ Hand Scan แบบ 3D

TIER

คือระดับมาตรฐานของศูนย์ข้อมูลที่ใช้ประเมินคุณภาพ และความน่าเชื่อถือของซอร์ฟแวร์

โดยจัดลำดับได้4 ระดับดังนี้

1. Tier I: Basic Capacity (Data Center ที่มีองค์ประกอบของงานระบบในระดับพื้นฐาน)

- มี Capacity ระบบไฟฟ้า, ระบบปรับอากาศ เพียงพอที่จะรองรับ Data Center

- ด้านจำนวนอุปกรณ์ งานระบบไม่มีชุดสำรอง (Redundant) หรือมีอุปกรณ์เพียง N เดียว เช่น Data Center

ต้องการใช้ไฟฟ้า 100 kW ก็จะมี UPS ขนาด 100 kW เพียง 1 ชุด เท่านั้น ไม่มีชุดสำรอง

- ด้านการส่งจ่าย ระบบส่งไฟฟ้าหรือระบบส่งน้ำเย็นฯ (Distribution Path) มีเพียงชุดเดียว

2. Tier II: Redundant Components (Data Center ที่มีอุปกรณ์ชุดสำรองในระบบที่สำคัญ)

- ด้านจำนวนอุปกรณ์ ระบบที่มีชุดสำรอง (N+R) ได้แก่ Generator, UPS, IT cooling, UPS cooling R

คือ Redundant เช่น N+1 แสดงว่า Redundant = 1 กรณี Data Center ต้องการ UPS 100 kW ก็สามารถ

เลือกใช้ได้เป็น 100kW+100kW หรือ 50kW+50kW+ 50kW ก็ได้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดการออกแบบ

- ด้านการส่งจ่าย ยังคงมีเพียงชุดเดียวเหมือน Tier I

3. Tier III: Concurrently Maintainable (Data Center ที่ยังคงสามารถทำงานอยู่ได้ ในขณะที่มีการจัดการ

ซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนทดแทนในส่วนที่ต้องการ)

- ด้านจำนวนอุปกรณ์ ระบบที่มีชุดสำรอง (N+R) ได้แก่ Generator, UPS, IT cooling, UPS cooling

- ด้านการส่งจ่าย ระบบส่งจ่ายมีเส้นทางสำรองที่ไม่ขึ้นต่อกัน (Independent Distribution Paths) ซึ่งอาจ

สำรองในสถานะ Inactive ก็ได้

- Engine generator ต้องเป็นแบบ Continuous Rating

- สามารถวางแผนเพื่อทำการซ่อมบำรุงหรือเปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์ต่างๆ และระบบส่งจ่ายทุกๆ ส่วนได้ โดยไม่ ต้องหยุด Data Center

- ยังคงมีจุดอ่อนที่ยังสามารถทำให้ Data Center หยุดการทำงานได้ ที่เรียกว่า Single Point-of-Failure

4.Tier IV: Fault Tolerant (Data Center ที่ยังคงสามารถทำงานอยู่ได้ เมื่อมีปัญหาจากความผิดพลาดเกิดขึ้น)

- ด้านจำนวนอุปกรณ์ ระบบที่มีชุดสำรอง (N+R)

- ด้านการส่งจ่าย ระบบส่งจ่ายมีเส้นทางสำรองที่ไม่ขึ้นต่อกัน (Independent Distribution Paths) ซึ่งต้องทำงานในสถานะ Active

- การกั้นแยก (Compartmentalization) ของอุปกรณ์ และระบบส่งจ่ายเพื่อป้องกัน Single Point-of-Failure (SPOF)

- การจ่ายความเย็นแบบต่อเนื่อง (Continuous Cooling) สำหรับ IT cooling, UPS cooling

- การทำงานแบบอัตโนมัติ โดยต้องให้มี Capacity N เพื่อรองรับ Data Center ภายหลังที่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น (N after any failure)

- Engine generator ต้องเป็นแบบ Continuous Rating

- อุปกรณ์แต่ละชุด ทุกๆ ส่วนในระบบและเส้นทางส่งจ่าย ถึงแม้ว่าจะเกิดความบกพร่อง ความผิดพลาด ต่างๆ

จากเหตุการณ์ที่วางแผนไว้หรือไม่ก็ตาม ระบบก็ยังคงสามารถทำงานได้โดยไม่กระทบต่อ Data Center หรือที่เรียกว่า Fault Tolerant

- ไม่มี Single Point-of-Failure     

Tier IV: Fault Tolerant นี้ สามารถรับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ 1 เหตุการณ์ เช่น กรณีเกิดเพลิงไหม้ในระบบสายไฟฟ้า จากหม้อแปลง

ไฟฟ้าไปยังระบบ UPS, Data Center ยังคงทำงานอยู่ได้ เนื่องจากยังมีสายไฟฟ้าอีกชุดหนึ่ง ซึ่งอยู่ในส่วนกั้นแยก

(Compartmentalization) ซึ่งมีคุณสมบัติทนไฟ ซึ่งเมื่อเทียบกับ Tier III แล้ว มีระบบสายไฟฟ้า 2 ชุดเช่นกัน แต่ไม่มี

Compartmentalization ทำให้เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ระบบสายไฟฟ้าอาจเสียหายทั้ง 2 ชุด ทำให้ Data Center

ต้องหยุดทำงานทำให้เกิด Downtime เป็นต้น

PUE

คือ Power Usage Effectiveness (PUE) คือเกณฑ์การวัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานของ

Data Center ที่นิยมใช้นั้น ถูกพัฒนาโดย The Green Grid Association ของประเทศสหรัฐอเมริกา

โดยเป็นตัวชี้วัดว่าในภาพรวมแล้ว Data Center หนึ่งๆ เมื่อรับพลังงานทั้งหมดเข้ามาแล้วจะส่งไป

ยังอุปกรณ์ IT ซึ่งเป็นหัวใจหลักได้ดีเพียงใด ค่าที่ได้นี้สามารถนำไปเปรียบเทียบกับ Data Center อื่นๆ

หรือเปรียบเทียบกับค่าการใช้พลังงานของ Data Center นั้นๆ ในช่วงเวลาอื่นๆ ก็ได้


 


 

Solar Combiner box


Starter Devices –E-Line Series

 

Motor Protection Device


Control Devices-A22 Series, Control Devices-M22 Series


 


BAS System

หมายเหตุ :

1. BACnet หมายถึง การเชื่อมต่อโดย Protocol BACnet ตามมารตฐาน ASHRAE

2. ODBC หมายถึง Open Database Connectivity

3. ER Diagram หมายถึง Entity Relationship Diagram

4. API หมายถึง Application Programming Interface

5. SDK หมายถึง Software Development Kit

6. VFC หมายถึง Voltage Free Contacts

7. SNMP  หมายถึง   Simple Network Management Protocol


Integrated Security

การรักษาความปลอดภัยแบบบูรณาการ

• Integrated Security Flow Process     ( Access Control & Parking Control )
• Integrated Security Architecture   
• Integrated Security For Member       ( Member  Entry & Exit )
• Integrated Security For Visitor        ( Visitor Entry & Exit )
• Card Reader Location
• interface between card reader and elevator destination   
Integrated Security
Flap Barrier System

สามารถ Dowload File :- Integrated Security ได้ ที่นี่ >>> Download File Present Security

 


Building Automation System(BAS)

การบริหารจัดการอาคารด้วยระบบอาคารอัตโนมัติเพื่อการประหยัดพลังงาน

ระบบอาคารอัตโนมัติ (Building Automation System) เป็นระบบการควบคุมการใช้พลังงานภายในอาคารให้มีสิทธิภาพ
โดยอาศัยเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ และระบบคอมพิวเตอร์ ช่วยในการบริหารจัดการการทำงาน
ของอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งปัจจุบันสามารถนำระบบ BAS มาใช้กัยอาคาร ตึก สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่ที่ใช้มักจะเป็นอาคาร
เนื่องจากการบริหารจัดการอาคารขนาดใหญ่ มีความยุ่งยากและซับซ้อนในการจัดการข้อมูล การควบคุมการทำงานของเครื่องจักร
ให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง และการบริหารจัดการงานซ่อมบำรุงอย่างแม่นยำโดยอาศัยระบบจัดเก็บข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
นอกเหนือจากประโยชน์ที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ระบบ BAS ยังช่วยให้สามารถประหยัดพลังงานได้อีกด้วย !!!

 

ปัญหาของงานอาคารขนาดใหญ่ในปัจจุบันก็คือการควบคุมเครื่องจักรและการบำรุงรักษาเครื่องจักร (Operation and Maintenance)
ซึ่งอาคารเหล่านี้เมื่อเครื่องจักรเกิดชำรุดหรือมีสิ่งผิดปกติ การค้นหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขใช้เวลานานและมีผลกระทบต่อผู้ใช้อาคาร
การควบคุมเครื่องจักรก็ทำได้ยากเนื่องจากต้องใช้บุคลากรจำนวนมากในการเปิดและปิดเครื่องจักร แนวคิดของระบบ BAS
คือ การนำระบบควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้
เพื่อรวบรวมข้อมูลตรวจสอบและควบคุมการทำงานของระบบอาคารต่างๆ เข้าด้วยกัน
เพื่อทำให้เกิดผลดังต่อไปนี้คือ

• ควบคุมสภาพอากาศและระดับแสงสว่างที่เหมาะสมกับผู้ที่อยู่ในอาคาร

• ควบคุมการใช้พลังงานของอาคารผ่านระบบคอมพิวเตอร์อย่างมีประสิทธิภาพ

• บริหารจัดการอาคารมีประสิทธิภาพด้วยการจัดเก็บข้อมูลที่แม่นยำ ง่ายต่อการวางแผนการซ่อมบำรุงและตัดสินใจ


การทำงานของระบบ Building Automation System(BAS)

เป็นการนำเอาการทำงานการสั่งการทำงานของอุปกรณ์ระบบสาธารณูปโภคทั้งหมดของอาคาร ให้อยู่ในความควบคุมของคอมพิวเตอร์เพื่ออำนวยความสะดวก และจัดการงานระบบโดยมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเป็นระบบเครือข่าย Network แบบ LAN (Local Area Network) รูปแบบของการเชื่อมต่อระบบ Network ของระบบ BAS เป็นแบบ Bus มีลักษณะเป็นเส้นตรงและมีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่เป็นกิ่งก้านออกจากเส้นตรงหลักข้อดี คือ สามารถใช้ Software, ข้อมูล, อุปกรณ์ทางด้าน Hard Ware ร่วมกันได้ ดูจากภาพประกอบโดยมีการแบ่งระดับของการควบคุมทั้งหมด 4 ระดับคือ Management Level, System control Level, Process Control Level และ Equipment Level เช่นในอาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ
ได้มีการนำไปใช้ในการควบคุมระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และระบบปรับอากาศ (HVAC)

การใช้งานระบบ BAS ร่วมกับการบริหารจัดการอาคาร

ปัจจุบัน ความก้าวหน้าของซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ทำให้ ระบบนี้มีการทำงานได้เป็นอย่างดี ทั้งการเฝ้าดูและควบคุมได้จากจุดๆ เดียว
ถือเป็นความสะดวกและสามารถตอบสนองต่อการใช้งานได้เป็นอย่างดี หน้าที่หลักๆ ของระบบ BAS ที่มีใช้งานอยู่ทั่วไป ได้แก่

• การบริหารสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริหารงานซ่อมบำรุง( Facility & Maintenance Management)
งานส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ รวมถึงการรายงานผลสถานะ
การทำงานในปัจจุบัน เช่น ในระบบปรับอากาศ, ระบบระบายอากาศ,ระบบป้องกันเพลิงไหม้,
ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบสุขาภิบาล และระบบอื่นๆ โดยเน้นเกี่ยวกับการวางแผนด้านการซ่อมบำรุง
สามารถกำหนดแผนการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ ทำแผนการซ่อมแซมด่วนในกรณีฉุกเฉิน เก็บข้อมูลค่าใช้จ่าย
ในการซ่อมแซม และประวัติการซ่อมบำรุง

• การควบคุมการใช้พลังงาน (Energy Management) ระบบนี้ทำหน้าที่วางแผนและควบคุมการใช้พลังงานของอาคาร
โดยจะบริหารการใช้พลังงานให้ได้ประโยชน์สูงสุดโดยใช้ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด ตัวอย่างที่มีประโยชน์มากสำหรับระบบนี้ในประเทศไทย
คือการบริหารการใช้ไฟฟ้าของอาคารเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าใช้ไฟฟ้าสูงสุดของแต่ละเดือน (Demand Charge)
โดยการควบคุมผ่านระบบระบายอากาศ และระบบปรับอากาศ (Ventilation and Air-conditioning System)
ระบบนี้จะควบคุม เครื่องทำน้ำเย็นกลาง (Chiller plants) เครื่องส่งลมเย็น ( Air handing units)
ส่วนปรับลมเย็น (VAV box) ฯลฯ โดยจะเฝ้าดูและคอยควบคุม ระดับของอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม
รวมทั้งจ่ายอากาศบริสุทธิ์ที่เหมาะสมกับผู้ที่ใช้งานในอาคาร

การประหยัดพลังงานสามารถควบคุมให้เครื่องทำน้ำเย็นทำงานในอุณหภูมิที่เหมาะสม และควบคุมในส่วนเครื่องจ่ายลมเย็น
ผ่านอุปกรณ์ปรับความเร็วรอบอัตโนมัติ (Variable Speed Drive) ซึ่งการทำงานทั้งหมดจะทำงานอย่างเป็นอัตโนมัติ
กรณีที่ต้องการควบคุมค่า Peak demand ก็สามารถที่จะตั้งโปรแกรมให้มีการบริหารจัดการในช่วงที่มีการใช้งานสูงสุด
ลดการใช้งานเครื่องจักรที่ไม่มีความจำเป็นในช่วงดังกล่าว

• ระบบการรักษาความปลอดภัยและเตือนเพลิงไหม้ (Securityand Fire Service Management)
ระบบรักษาความปลอดภัยจะทำหน้าที่ตรวจตรา และ ตรวจสอบ การเข้า-ออกอาคารของ บุคคลประเภทต่างๆ
โดยอุปกรณ์ที่ใช้มีตั้งแต่ ระบบควบคุมทางเข้า-ออก (Access Control)อุปกรณ์ตรวจสอบความร้อน, กล้องวงจรปิด,
ระบบตรวจสอบการเคลื่อนไหว เป็นต้น
โดยอุปกรณ์ เหล่านี้ จะต่อสายสัญญาณ เข้าสู่อุปกรณ์รับผลส่วนกลาง ซึ่งควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์
ทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งของการบุกรุกที่เกิดขึ้นได้ในทันที


ประโยชน์ของระบบ Building Automation System (BAS) นอกเหนือจากความสะดวกสบายจากการใช้งานที่รวดเร็ว
และการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบแล้ว ผู้ใช้งานสามารถควบคุมเครื่องจักรให้มีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงาน
ปัจจุบันเทคโนโลยีระบบ Building Automation System (BAS) มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ระบบได้มีการเพิ่มฟังก์ชั่นให้เกิดการประหยัดพลังงานมากมาย อาทิเช่น ในระบบปรับอากาศ ที่มีการใช้พลังงานเป็นจำนวนมาก
การควบคุมการทำงานอย่างเหมาะสมจะเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้ใช้อาคารและบริหารการใช้อาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ขอบคุณสาระดีจาก : Builder News เพื่อวงการออกแบบ ก่อสร้าง ตกแต่ง บำรุงรักษาอาคาร และอสังหาริมทรัพย์

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อระบบ ในอาคาร


 


2012 Copyright Building Advanced Solution Co.,Ltd. All Rights Reserved.
Website by Building Advanced Solution (BAS).